วิธีขายธุรกิจในประเทศไทย: รายการตรวจสอบสำหรับผู้ขาย
รายการตรวจสอบสำหรับผู้ขาย ครอบคลุมโครงสร้างการขาย ข้อมูลการเงิน สัญญาเช่า ทรัพย์สิน ใบอนุญาต พนักงาน การรักษาความลับ และวันโอน
การเตรียมธุรกิจให้พร้อมขายช่วยให้ผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับประเมินโอกาส โดยยังคงปกป้องข้อมูลลับของธุรกิจ การจัดเตรียมเอกสารก่อนลงประกาศช่วยลดความล่าช้า ป้องกันความเข้าใจผิด และทำให้การตรวจสอบสถานะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. กำหนดให้ชัดเจนว่าจะขายอะไร
ระบุว่าธุรกรรมเป็นการขายหุ้นบริษัท ขายทรัพย์สินของธุรกิจ รับช่วงธุรกิจสิทธิการเช่า หรือขายเพียงบางส่วน จัดทำรายการเป็นลายลักษณ์อักษรว่าสิ่งใดรวมและไม่รวมในการขาย เช่น อุปกรณ์ สินค้าคงเหลือ ใบอนุญาต ทรัพย์สินทางปัญญา เงินประกัน สัญญา ลูกหนี้ และหนี้สิน
2. ยืนยันความเป็นเจ้าของและอำนาจ
รวบรวมเอกสารบริษัทล่าสุด ข้อมูลผู้ถือหุ้น รายละเอียดกรรมการและอำนาจลงนาม รวมถึงหลักฐานว่าผู้ขายเป็นเจ้าของหุ้นหรือทรัพย์สิน ระบุว่าต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้ให้กู้ เจ้าของแฟรนไชส์ ผู้ให้เช่า หรือหน่วยงานกำกับดูแลก่อนทำธุรกรรมเสร็จสิ้นหรือไม่
3. จัดชุดข้อมูลทางการเงินให้ชัดเจน
เตรียมงบการเงิน บัญชีบริหาร แบบยื่นภาษี หลักฐานยอดขายที่ตรวจสอบกับธนาคารได้ และรายการค่าใช้จ่ายปกติ แยกรายการส่วนตัวหรือรายการพิเศษออกจากผลประกอบการประจำ พร้อมอธิบายความแตกต่างที่สำคัญระหว่างตัวเลขในประกาศกับเอกสารทางการ ผู้ซื้อควรตรวจสอบตัวเลขทั้งหมดอย่างเป็นอิสระ
4. ตรวจสอบภาษีและภาระคงค้าง
ให้ที่ปรึกษาภาษีไทยตรวจสอบโครงสร้างธุรกรรม ภาษีที่เกี่ยวข้อง การยื่นแบบ และยอดค้างชำระก่อนตกลงจำนวนเงินสุทธิที่ผู้ขายจะได้รับ จัดทำรายการเงินกู้ ยอดเจ้าหนี้ เงินมัดจำจากลูกค้า การค้ำประกัน คดีความ และภาระอื่น พร้อมระบุให้ชัดว่าแต่ละรายการเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายใด
5. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่
หากธุรกิจเช่าสถานที่ ควรเตรียมสัญญาเช่า ค่าเช่า เงินประกัน ระยะเวลาคงเหลือ เงื่อนไขต่ออายุ การปรับค่าเช่า วัตถุประสงค์การใช้ และข้อกำหนดเรื่องการโอนหรือให้เช่าช่วง ติดต่อผู้ให้เช่าล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องมีหนังสือยินยอม สัญญาใหม่ หรือการโอนเงินประกัน อย่าโฆษณาว่าสามารถโอนสัญญาเช่าได้แน่นอนจนกว่าจะได้รับการยืนยัน
6. จัดทำรายการทรัพย์สินและสินค้าคงเหลือ
ระบุอุปกรณ์หลัก เฟอร์นิเจอร์ สินค้า ยานพาหนะ เว็บไซต์ หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีโซเชียล เครื่องหมายการค้า และทรัพย์สินอื่น บันทึกเจ้าของ สภาพ หมายเลขประจำเครื่องเมื่อเหมาะสม ภาระเช่าซื้อหรือสินเชื่อ และระบุว่าแต่ละรายการรวมอยู่ในราคาหรือไม่ การตรวจนับสินค้าในวันส่งมอบช่วยป้องกันข้อพิพาทภายหลัง
7. ตรวจสอบใบอนุญาต สัญญา และเรื่องพนักงาน
รวบรวมใบอนุญาต สัญญากับผู้ขายสินค้า สัญญาลูกค้า สัญญาแฟรนไชส์ และกรมธรรม์ประกันภัยที่สำคัญ ตรวจสอบว่าสามารถโอน มอบสิทธิ หรือจำเป็นต้องทำใหม่ ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการแจ้งพนักงาน ค่าจ้างค้างจ่าย สิทธิประโยชน์ ภาระค่าชดเชย และหน้าที่ที่อาจเกิดจากโครงสร้างธุรกรรมที่เลือก
8. ปกป้องข้อมูลลับ
เปิดเผยข้อมูลเป็นลำดับขั้น ประกาศสาธารณะสามารถแสดงข้อเท็จจริงสำคัญที่ตรวจสอบแล้วโดยไม่เปิดเผยชื่อธุรกิจ ที่อยู่โดยละเอียด รายชื่อลูกค้า หรือเอกสารการเงินที่ละเอียดอ่อน จากนั้นจึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้ซื้อที่น่าเชื่อถือหลังตรวจสอบตัวตนและลงนามข้อตกลงรักษาความลับที่เหมาะสม
9. บันทึกขั้นตอนเงินมัดจำและวันโอนให้ครบถ้วน
สัญญาควรระบุราคา ผู้เก็บรักษาเงินมัดจำ ระยะเวลาตรวจสอบ เงื่อนไข การอนุมัติ คำรับรอง การแบ่งความรับผิด การส่งมอบ การฝึกงาน การปรับยอดสินค้าคงเหลือ เอกสารวันโอน และกรณีที่คืนเงินมัดจำได้ ควรใช้ทนายความและที่ปรึกษาภาษีไทยที่เป็นอิสระก่อนลงนาม
แหล่งข้อมูลทางการเบื้องต้น
ผู้ขายและผู้ซื้อสามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทผ่าน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อมูลภาษีผ่าน กรมสรรพากร และข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาที่จดทะเบียนผ่าน กรมทรัพย์สินทางปัญญา ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดให้ตรงกับธุรกรรมนั้นโดยเฉพาะ